จากใจ ตูน บอดี้สแลม – คนไทยเป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อันนี้ผมได้ประจักษ์กับตา!

วันที่ 30 มีนาคม 2561 มีรายงานว่า ทางเว็บไซต์ gmlive.com ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ “ตูน บอดี้สแลม” หรืิอ อาทิวราห์ คงมาลัย ซูเปอร์สตาร์นักร้องชื่อดังที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเพื่อสังคมครั้งประวัติศาสตร์ วิ่งทางไกล เส้นทางเบตง-แม่สาย 2,191 กิโลเมตร กระทั่งสามารถระดมเงินบริจาคนับพันล้านให้กับ11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ นอกจากนั้น ตูนและทีมงาน ‘ก้าวคนละก้าว’ ก็เดินหน้าจัดกิจกรรม ‘ลอง Run 2018’ มอบรายได้ให้กับโรงพยาบาลไม้แก่น จังหวัดปัตตานี

ทั้งนี้ บทสัมภาษณ์ตูน บอดี้แสลม ดังกล่าว สัมภาษณ์โดยณัฐพล ศรีเมือง และคณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์ มีรายละเอียดบางช่วงบางตอนที่น่าสนใจดังที่ยกเนื้อหาบางส่วนมานำเสนอข้างล่างนี้ ส่วนผู้สนใจอ่านรายละเอียดฉบับเต็มสามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์ gmlive.com

ถาม : ตลอดการวิ่งจากเบตงถึงแม่สาย คุณได้เห็นเมืองไทยภายในเวลาไม่กี่วัน สังเกตเห็นความเหมือนหรือแตกต่างกันของคนไทยอย่างไรบ้าง ถ้าพูดคำว่า ‘คนไทย’ วันนี้ตอนนี้ คุณเห็นอะไร

ตูน : โอ้โฮ คงเล่าไม่จบในวันเดียวแน่ ถ้าถามในเรื่องของกายภาพ เราก็เห็นคนที่นับถือศาสนาแตกต่างกัน คนไทยที่แต่งตัวไม่เหมือนกัน และมีความเชื่อหลายๆ อย่างไม่เหมือนกัน ออกมาร่วมกัน ช่วยกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมเห็นและอธิบายได้ในมุมของกายภาพ

แต่สิ่งที่เห็นจากข้างใน ที่เราเคยได้ยินว่าคนไทยเป็นคนใจดี เป็นคนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อันนี้ผมได้ประจักษ์กับตาตัวเอง กับหูตัวเอง กับใจตัวเอง คนมีกำลังเท่าไหร่ เขาก็อยากจะช่วย คุณลุง 20 บาทก็อยากมีส่วนร่วม ผมเจออีกคนหนึ่ง ลงจากรถตู้ข้างทาง เอาเงินก้อนหนึ่งล้านบาทถ้วนมายื่นให้ ขอถ่ายรูปๆ เดียว อยากช่วย มันคือสิ่งที่เราได้เห็นเป็นรูปธรรมจากคำพูดว่า คนไทยใจดี คนไทยเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยิ้มง่าย เหมือนกับที่เราได้ยินมาจริงๆ ด้วย

ถาม : หลังจากวิ่งเสร็จ คำว่า ‘ประเทศไทย’ สำหรับคุณใหญ่หรือกว้างขึ้นมั้ย เพราะคุณได้ไปเห็นความหลากหลายที่หลายคนอาจจะไม่ได้เห็น

ตูน: มันทำให้รู้สึกว่ามีอะไรที่ผมต้องไปรู้ไปเห็นอีกเยอะเลย หลังจากเสร็จสิ้นการวิ่ง ผมรู้สึกว่า เดี๋ยวผมจะไปเที่ยวตรงนี้นะ เดี๋ยวจะกลับไปสำรวจให้นานขึ้น ละเอียดขึ้น มีหลายที่ที่ผมอยากจะกลับไป มีหลายๆ คนที่ผมอยากจะกลับไปเจอ ไปคุย ไปสัมผัส แล้วผมก็เชื่อว่านอกเหนือจากเส้นทางวิ่งที่ผมวิ่งมา 55 วัน ก็ยังมีที่เหล่านี้ มีคนอีกหลายๆ คนที่รอเราให้ไปพบเจอ ไปทำความรู้จัก อีกเยอะมาก

ผมว่าผมทัวร์คอนเสิร์ตมา 10 กว่าปี ก็ได้เห็นเยอะแล้ว แต่มิติมันเพิ่มขึ้นมากเลยจากที่ผมได้ลงไปวิ่งข้างถนน ไล่จากเบตงมาถึงแม่สาย มันเพิ่มมิติหลายๆ อย่างที่เราไม่เคยเห็นจากทุกวันที่เราไปทัวร์คอนเสิร์ต จากสนามบิน ไปโรงแรม เวทีคอนเสิร์ต อยู่แค่นี้ เพิ่มเติมมากเลย เจอคนในมิติที่ไม่ใช่แค่ในสาขาดนตรี จะเรียกว่าประเทศไทยกว้างขึ้น น่าค้นหาขึ้นสำหรับผมก็ได้

ถาม : สิ่งที่คุณทำได้รับความชื่นชมจากทุกคน แต่แน่นอนว่าก็จะมีความคาดหวังต่อตัวคุณที่สูงมากตามมาด้วยเช่นกัน ความรู้สึกตรงนี้ทำให้คุณกลัวบ้างหรือเปล่า กับการที่ถูกคาดหวังมากๆ

ตูน : คือผมเริ่มต้นทำโครงการนี้ ที่ชื่อว่า “ก้าวคนละก้าว” จากความสนุกและความสุข ไม่มีใครมาบังคับให้ทำ ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นความสุขที่เราได้คิด ได้ลงมือทำ นอกเหนือไปจากการร้องเพลงที่เป็นอาชีพ พอเรามีความสุขและสนุกไปกับมัน ทำอย่างเต็มที่แล้ว ผมก็คิดว่ามันตอบโจทย์ตัวผมเองแล้ว และถ้ามันจะไปช่วยชีวิตหรือช่วยเหลือใครได้ ไม่มากก็น้อย ผมมองว่านั่นเป็นกำไร

เช่นเดียวกัน ถ้าสมมุติเราอยากจะทำโครงการอะไรแบบนี้ต่อไป เราก็ตั้งสมการเดิม แต่ต้องอย่าลืมใส่ความสนุกและความสุขไปด้วยเสมอ ขาดไม่ได้ เพราะว่ามันไม่ใช่อาชีพเรา อันนี้เราทำเพื่ออยากจะสัมฤทธิ์ผลในอีกแบบหนึ่ง

ถาม : ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ คุณมีส่วนช่วยซัพพอร์ทหรือส่งเสริมคุณอย่างไรบ้าง

ตูน: ผมมองประเด็นนี้เป็นเรื่องไม่ใช่เฉพาะแฟนนะครับ ชีวิตผมแวดล้อมหรือว่ารอดตายมาได้ด้วยผู้หญิงตลอด คนแรกเลยคือแม่ แม่ทำทุกอย่างให้ผม จนถึงทุกวันนี้ยังเหมือนเห็นผมเป็นเด็กน้อยอยู่เลย เพราะแม่ทุกคนก็เห็นเราเป็นเด็กน้อยอยู่แล้ว กินหรือยัง กลับดึกมากไม่ดีนะ ไม่กลับดึกได้ไงล่ะแม่ เล่นคอนเสิร์ต (หัวเราะ) คือก็ยังได้รับพลังงานดีๆ ยังได้รับสิ่งดีๆ จากแม่อยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะเป็นมิติที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนตอนเด็กๆ แม่ก็จะเป็นคนที่อยู่ข้างๆ ผมมาตลอด

นอกจากนี้ พี่สาว แฟน ไม่ใช่เฉพาะแฟนคนปัจจุบัน แฟนที่เคยคบมา ไม่ว่าจะเป็นมหา’ลัย ที่ทำให้เราได้เรียนรู้การเป็นคน ในแต่ละช่วงเวลา

ส่วนถ้าพูดถึงแฟนคนปัจจุบัน (ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ) ผมว่าเขาน่ารักมากตรงที่เขาพยายามเข้ามาอยู่ในชีวิต เข้ามาทำกิจกรรมที่เราชอบ อยู่กับสิ่งที่เราชอบ นึกออกมั้ย หลายๆ คนอาจจะ เธอไปวิ่ง เดี๋ยวฉันไปช็อปปิ้งดีกว่า แต่เขาพยายามที่จะใส่ใจเรา ว่าเราชอบอะไร มีความสุขกับอะไร เขาอยากมาอยู่ในเรื่องเดียวกัน ทั้งๆ ที่เขาอาจจะไม่ได้ชอบมาตั้งแต่แรก

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กระปุกดอทคอม