น่าห่วง ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพุ่ง 11เดือน1.2หมื่นราย

มูลนิธิเมาไม่ขับเผยผู้เสียชีวิตณ จุดเกิดเหตุ 11 เดือน 12,000 ราย เพิ่มร้อยละ 40 เหตุจากเมา ขับเร็ว เฉพาะรถตู้ เกิดอุบัติเหตุ 217ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 24 ครั้ง นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับเปิดเผยถึงข้อมูลสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนว่า ในปีนี้อุบัติเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องและรุนแรง จากการเก็บสถิติตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เสียชีวิตบนท้องถนน ณ จุดเกิดเหตุแล้ว 12,078 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 กับสถิติปีที่แล้วทั้งปี ที่เสียชีวิตณจุดเกิดเหตุ

9,666 คน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีกกว่า 22,356 คน หรือเฉลี่ยใน 1 วันมีผู้เสียชีวิต 61 คน และมีผู้พิการรายใหม่กว่า 5,000 ราย และคาดการณ์ว่าแนวโน้มยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 โดยสาเหตุส่วนใหญ่คือขับรถด้วยความเร็วสูงและเมาแล้วขับ รองลงมาคือใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ยานพาหนะ ฝ่าไฟแดงและหลับใน หรือร้อยละ 90 มาจากพฤติกรรมการขับขี่และร้อยละ 10 เกิดสภาพรถที่ไม่พร้อม

นพ.แท้จริง กล่าวต่อว่า จากการสอบถามผู้ขับขี่ที่โดนคุมผิดประพฤติ พบว่า ส่วนใหญ่รู้ว่าการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ฝ่าไฟแดงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ยินดีที่จะทำและทำแบบสบายใจ เพราะโดนจับ ก็แค่ข้อหาขับรถโดยประมาท ซึ่งมีโทษน้อย ก็รับได้ แต่ไม่ได้คิดว่าตนมีโอกาสไปฆ่าผู้อื่นได้ ตนจึงมองว่าควรแก้ปัญหาด้วยการปรับบทลงโทษ ไม่ใช่แค่ประมาทแต่ต้องเป็นพฤติกรรมอันตรายร้ายแรงเล็งเห็นผลที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น ซึ่งจะใกล้เคียงกับข้อหาเจตนา รัฐบาลต้องให้ความสำคัฯเป็นวาระของชาติที่ควรแก้ไข ส่งผลให้หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบทั้งกรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ตำรวจ หามาตรการอย่างจริงจังเพื่อลดปัญหาให้ได้ไม่ใช่แก่ 7 วันอันตรายในช่วงปีใหม่และสงกรานต์ แต่ต้องเป็น 365 วันอันตราย ที่สำคัญคือทัศนคติของคนในสังคม ที่ต้องตระหนักว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แม้เราจะไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุก็ตาม
ด้านนพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เปิดเผยว่า หากมองเจาะกลุ่มรถตู้ สถิติ ปี 60 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย. รถตู้โดยสารสาธารณะ เกิดอุบัติเหตุ 217 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 24 ครั้ง แบ่งเป็น รถตู้ไม่ประจำทาง(ทะเบียน 30 )เกิดอุบัติเหตุ 56 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 25 บาดเจ็บ 251 รายเฉลี่ยเดือนละ 6 ครั้ง สาเหตุเกิดจากคนขับหลับในและขับเร็วเอง 20 ครั้ง จากสภาพรถ 28 ครั้ง(ยางแตก ไฟไหม้) อื่นๆ เช่น ถนนลื่น 8 ครััง รถประจำทาง เกิด 57 ครั้ง เสียชีวิต 44 บาดเจ็บ 204 ราย และรถตู้ส่วนบุคคล 104 ครั้ง ซึ่งทั้งหมดต่างสะท้อนว่า ควรเริ่มแก้ปัญหาอย่างจริงจังและสิ่งที่ดำเนินการได้ทันที คือการวางหลักเกณฑ์และระบบติดตามกำกับทั้งในส่วนมาตรฐานคนขับ โครงสร้างรถยนต์และระบบประกันภัย อีกทั้งตำรวจท่องเที่ยวสามารถเข้ามามีบทบาทสอบสวนเชิงระบบเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้มีมาตราฐาน.

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย.