ยืนยันสาหร่ายทะเลในไทยปลอดภัยจากสารหนูอนินทรีย์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สุ่มตรวจผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายทะเลที่ผลิตในประเทศไทยและต่างประเทศ พบสารหนูอนินทรีย์ยังอยู่ในปริมาณที่ปลอดภัย ในปัจจุบันคนไทยนิยมบริโภคสาหร่ายทะเลกันมาก ไม่ว่าจะในรูปแบบของขนมขบเคี้ยว สาหร่ายห่อข้าวปั้น สาหร่ายผงโรยบนข้าวหน้าต่างๆ โดยสาหร่ายทะเล (seaweed) นั้นเป็นวัตถุดิบที่มีสารอาหารและแร่ธาตุสูง เช่น มีสารไอโอดีน ช่วยในการป้องกันโรคคอหอยพอกได้

มีโปรตีน แคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม โพแทสเซียม และมีใยอาหารสูง แต่ในทางกลับกันสาหร่ายทะเลก็มีโอกาสปนเปื้อนโลหะหนักสูง เช่น แคดเมียม (cadmium) และสารหนู (arsenic) โดยเฉพาะสารหนูนั้นจะตรวจพบในปริมาณมาก ถ้าหากตรวจวิเคราะห์ในรูปของสารหนูทั้งหมด (total arsenic) เนื่องจากสารหนูในอาหารมีหลายสปีชีส์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ สารหนูอินทรีย์ (organic arsenic) และสารหนูอนินทรีย์ (inorganic arsenic) ทั้งนี้สารหนูอินทรีย์นั้นจะมีความเป็นพิษต่ำกว่าสารหนูอนินทรีย์ ดังนั้นจึงได้มีการกำหนดปริมาณสารหนูอนินทรีย์สำหรับสัตว์น้ำและอาหารทะเล จะต้องไม่เกิน 2 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 273 (พ.ศ.2546) เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน (ฉบับที่ 2) โดยสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้ให้บริการตรวจวิเคราะห์สารหนูอนินทรีย์ในอาหาร ผลการตรวจวิเคราะห์ในปีงบประมาณ 2558-2560 ปรากฏว่าสาหร่ายและผลิตภัณฑ์สาหร่ายที่ผลิตในประเทศ 475 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ไม่พบสารหนูอนินทรีย์ และตรวจพบสารหนูอนินทรีย์เพียงร้อยละ 4 และปริมาณที่ตรวจพบทั้งหมดยังปลอดภัย เพราะอยู่ในช่วง น้อยกว่า 0.25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ยังตรวจสาหร่ายที่ผลิตจากต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย จีน เกาหลี สิงคโปร สเปน ส่งตรวจจำนวน 78 ตัวอย่าง ตรวจพบสารหนูอนินทรีย์ร้อยละ 17 ปริมาณที่ตรวจพบอยู่ในช่วง 0.25–0.39 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth